เหตุผล 10 ข้อ ควรสนับสนุนให้เด็กทุกคนเล่นกีฬาเพราะอะไร

child sports

เด็กทุกคนเล่นกีฬาเพราะอะไร

ในปัจจุบันมีกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กอยู่เป็นจำนวนมาก และในการที่เราเอาบุตรหลานของเราเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านั้นก็ต้องใช้ความพยายามหลายๆอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นการจัดเวลาให้เหมาะสมกับตารางของตัวเด็กและผู้ปกครองเอง ค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะเกิดขึ้น และอื่นๆ กีฬาก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการเหล่านั้นแก่เด็กๆ ซึ่งการที่ให้บุตรหลานเล่นกีฬาอาจจะสร้างความยุ่งยากให้กับผู้ปกครองมากกว่ากิจกรรมชนิดอื่น

เพราะในการเล่นกีฬาแล้ว ผู้ปกครองจะต้องสละเวลาพาเด็กๆ ไปฝึกซ้อม ต้องจัดหาอุปกรณ์กีฬาและชุดกีฬาที่เหมาะสม ต้องคอยดูแลว่าเด็กให้ความสำคัญกับการเรียนไม่น้อยไปกว่าการเล่นกีฬา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและเข้าร่วมแข่งขัน แต่ในความยุ่งยากเหล่านั้น การเล่นกีฬาก็มีประโยชน์สำหรับเด็กๆ มากมาย ดังต่อไปนี้ค่ะ

สร้างพื้นฐานความเป็นอยู่ที่ดีไปตลอดชีวิต

หากเราเริ่มให้ลูกเล่นกีฬาเมื่อตอนที่เค้าอายุมากขึ้น เด็กจะมีแนวโน้มที่จะคิดว่ากีฬาเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของชีวิตน้อยลง และจะยากขึ้นที่จะทำให้เด็กยังสนใจการเล่นกีฬาอยู่เมื่อเค้าก้าวเข้าสู่วัยรุ่น การเล่นกีฬาเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริมวิถีชีวิตที่มีสุขภาพที่ดีให้กับเด็กๆ เช่น คนที่เล่นกีฬามันจะมีแนวโน้มที่จะเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าคนที่ไม่ได้เล่นกีฬา

เพราะเค้าต้องการกินอาหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความแข็งแกร่งให้กับร่างกายเพื่อที่จะเล่นกีฬาได้ดีขึ้น ในฐานะผู้ปกครองเราสามารถทำสิ่งเหล่านี้ให้เด็กๆเห็น หากผู้ปกครองชอบออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เด็กก็จะทำตาม นอกจากนี้ การที่เด็กมีร่างกายแข็งแรงก็จะทำให้มีจิตใจที่เข้มแข็งด้วย การออกกำลังกายจะทำให้ช่วยลดความเครียดและทำให้เด็กๆ มีความเข้มแข็งทางอารมณ์เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ทำให้ร่างกายแข็งแรง

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทุกท่านก็ทราบกันอยู่แล้วว่าการเล่นกีฬาจะทำให้ร่างกายแข็งแรงไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใด ตามรายงานขององค์กรอนามัยโลก เด็กทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่เด็กไทยมีแนวโน้มที่จะมีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนเพิ่มมากขึ้น

ซึ่งภาวะน้ำหนักเกินในเด็กจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็ก รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ในระยะยาว ดังนั้นการสนับสนุนให้เด็กๆเล่นกีฬาก็เป็นประโยชน์ที่สำคัญอย่างแรกที่ทำให้เด็กๆได้ออกกำลังกาย

ซึ่งควรจะให้เด็กเริ่มตั้งแต่เมื่อเค้ายังเล็กๆอยู่ หากคิดว่าจะรอให้เล่นกีฬาในวิชาพละอย่างเดียวนั้นอาจจะไม่เพียงพอและเด็กๆอาจจะสนใจสิ่งอื่นๆ เช่น ติดทีวี ติดเกมส์ มากกว่าการออกไปสนุกนอกบ้านแล้ว

ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความนับถือตนเอง

กีฬาเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยสร้างเสริมความมั่นใจในตัวเองของเด็ก โดยโค้ชหรือผู้ปกครองจะใช้วิธีชมเชยและให้กำลังใจเด็กในกรณีที่เด็กกำลังทำสิ่งใดก็ตามได้ดี และให้รางวัลในความพยายามและพัฒนาการในการปรับปรุงและพัฒนาตนเอง

ในฐานะที่คุณเป็นผู้ปกครอง หรือ โค้ช เด็กจะนับถือคุณและมองคุณว่าคุณมีอำนาจ หากคุณใช้อำนาจตรงนี้อย่างถูกต้องคุณจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเด็กได้อย่างมากค่ะ นอกจากการให้กำลังใจจากโค้ช หรือ ผู้ปกครองในส่วนนี้แล้ว ไม่มีอะไรที่จะทำให้เด็กรู้สึกดีมากกว่าที่รู้ว่าตนเองเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมกีฬาประสบความสำเร็จ

การยอมรับนับถือที่เด็กๆ ได้รับจากเพื่อนร่วมทีมนั้นยิ่งใหญ่มาก และเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความนับถือตนเองให้กับเด็กๆ ซึ่งความนับถือตนเองนี้จะทำให้เด็กดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกที่ควรนอกจากนั้น เด็กยังสามารถเรียนรู้ในการรับคำติเตียน

และรู้จักยอมรับและนำมาปรับใช้ซึ่งสิ่งนี้จะมีประโยชน์แก่เด็กเป็นอย่างมากเมื่อเด็กโตขึ้น เราควรใช้วิธีการให้คำแนะนำและทิปต่างๆในการเล่นกีฬาเป็นตัวกระตุ้น ไม่จำเป็นต้องรอให้เห็นผลสำเร็จ แค่เด็กรู้จักนำทิปและคำแนะนำต่างๆไปปรับใช้ เราก็ควรจะให้รางวัลเค้าสำหรับความเปิดกว้างในการรับฟังคำแนะนำต่างๆและคำติเตียนของเค้าค่ะ

ช่วยส่งเสริมพัฒนาทักษะการเข้าสังคม

เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ดังนั้นทักษะการเข้าสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่ผู้ปกครองจะต้องช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านนี้ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่เด็กๆ หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยส่งเสริมทักษะการเข้าสังคมให้แก่เด็กก็คือ การให้เด็กเล่นกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาที่เล่นเป็นทีมจะช่วยให้เด็กรู้จักการสื่อสารความคิดใหม่ๆให้กับเพื่อนร่วมทีม

รู้จักรับฟังคนอื่นๆในทีม และรู้จักการแก้ปัญหาร่วมกับเพื่อนในทีม และยังได้รับประโยชน์ด้านอื่นๆจากกีฬาชนิดนั้นๆ อีกด้วย และยิ่งไปกว่านั้น

เด็กๆจะได้เรียนรู้ทักษะการเป็นผู้นำผ่านการเป็นกัปตันในทีมกีฬาที่เด็กๆ เข้าร่วม ย้ำอีกครั้ง การเปิดโอกาสให้เด็กอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญนั้นจะช่วยเด็กพัฒนาทักษะการสื่อสารเป็นอย่างมากและความสามารถในการสวมบทบาทการเป็นผู้นำในทีมนั้นก็จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลในอนาคตเมื่อเค้าเติบโตขึ้น

ช่วยกระตุ้นการแข่งขันที่เป็นมิตร

ทุกสิ่งที่เรากล่าวมาทั้งหมดเกี่ยวกับการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้เกิด การพัฒนาทักษะ เสริมสร้างความมั่นใจ และสร้างความรักในกีฬามากกว่าจะมองว่ากีฬาเป็นหน้าที่ๆจะต้องทำ ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกลับไปสู่สิ่งหนึ่งที่ในทุกชนิดกีฬามี ก็คือ ธรรมชาติของความสามารถในการแข่งขัน

การเล่นกีฬาเพื่อความสนุกสนานเป็นสิ่งที่ดีที่ช่วยในการพบปะผู้คนใหม่ๆ และเพลินเพลินไปกับการใช้เวลาอยู่ในสนาม แต่ผลประโยชน์ด้านอื่นๆจากกีฬาจะเกิดจากสภาพแวดล้อมการเล่นกีฬาที่มีการแข่งขันอย่างยุติธรรม ในลีคที่มีผู้ชนะและผู้แพ้ จะมีการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กต้องการพัฒนาตนเองและกระตุ้นทักษะด้านอื่นๆที่เรากล่าวมา รวมถึงกระตุ้นการทำงานเป็นทีมได้มากกว่าการเล่นกีฬาแบบเล่นๆ ในขณะที่บางทีการที่เราเห็นผู้ปกครองข้างๆสนามกระตือรือร้นที่จะชนะมากกว่าผู้เล่นในสนามซึ่งบางทีเราจะรู้สึกว่าน่ากลัวนั้น

แต่จริงๆ แล้วบางทีสิ่งเหล่านี้ก็เป็นประโยชน์สำหรับเด็กๆ เพราะเด็กๆจะต้องพยายามมากขึ้น ให้ความสนใจในงานที่ได้รับมอบหมาย และทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีมเพื่อเอาชนะอุปสรรค และแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเท และความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงตนเอง ทั้งหมดนี่เราต้องขอบคุณความปรารถนาที่อยากจะชนะของนักกีฬา

การเล่นกีฬาอาจจะพาเค้าไปไกลกว่าที่คิด

เด็กๆทุกคนมักจะมีความฝัน ซึ่งสำหรับบางคนความฝันก็อาจจะประสบความสำเร็จ หากเราปลูกฝังความรักในกีฬาให้เด็กตั้งแต่เล็กๆ บางทีหนึ่งในความฝันของเด็กๆ อาจจะเป็นนักกีฬาอาชีพก็ได้ แน่นอนว่าบันไดสำหรับการไต่เต้าไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพนั้นไม่ง่าย ต้องผ่านการแข่งขันอันดุเดือดมาก

ซึ่งบางทีอาจจะไปใช่สิ่งที่ถูกนักที่เราจะบอกเด็กว่า ลูกจะเป็นไทเกอร์ วู้ด หรือ ไลโอเนล แมสซี่คนต่อไป แต่การเสริมสร้างความรักในกีฬาด้วยการให้เด็กได้ดูนักกีฬาอาชีพเล่นเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ และยังช่วยให้เด็กๆอยู่ในแวดวงกีฬานั้นๆไปในระยะยาวอีกด้วย

การที่เด็กๆมีนักกีฬาที่ชื่นชอบนั้นเป็นการช่วยให้เด็กมองกีฬาในแง่บวกและมีจิตใจรักในกีฬา ซึ่งจะทำให้เด็กมีความกระตือรือร้น มีพลัง มีความอยากที่จะเล่นกีฬาให้ดีและประสบความสำเร็จ

สิ่งเหล่านี้จะให้ผลดีมากกว่าการบังคับให้เด็กเล่นกีฬาเพราะเด็กจะมองว่ากีฬาคือภาระ หน้าที่ ที่จะต้องทำ และอาจจะทำให้เกิดการต่อต้าน ดังนั้นหากเรากระตุ้นเด็กให้ถูกต้อง ใครจะไปรู้ วันหนึ่งในอนาคตเด็กอาจจะก้าวไปสู่จุดที่ประสบความสำเร็จในอาชีพนักกีฬาก็ได้

สร้างวินัยความทุ่มเทและการไม่ยอมแพ้ในสิ่งที่ยาก

การเล่นกีฬาในระดับที่มีการแข่งขัน ต้องใช้วินัย ความทุ่มเทและการไม่ย่อท้อยอมแพ้เป็นอย่างมาก หากมีการแข่งขันก็ต้องมีการฝึกซ้อม ซึ่งโค้ชจะนัดวัน เวลาและสถานที่ ซึ่งเด็กๆ จำเป็นจะต้องไปฝึกซ้อมตามตาราง หากเด็กๆไปสาย หรือขาดการฝึกซ้อม

จะส่งผลกระทบต่อทีมหรือโค้ชผู้สอนหากเป็นกีฬาที่เล่นแบบเดี่ยว นอกจากนั้นเด็กยังต้องทุ่มเท และต้องไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้น หากต้องการจะประสบความสำเร็จในการเล่นกีฬานั้นๆ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิตที่เด็กทุกคนควรจะเรียนรู้

เรียนรู้บทเรียนสำคัญในชีวิต

อย่างที่เรากล่าวบ้างแล้วว่า กีฬาเป็นส่วนเสริมสร้างความคิดที่สำคัญให้เด็กได้เห็นว่า ไม่มีสิ่งใดที่ได้มาง่ายๆ หากเราต้องการชนะ เราต้องใช้ความพยายามอย่างมาก หากเราทำงานหนัก เราก็จะประสบความสำเร็จ การใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สิ่งเหล่านี้จะช่วยเด็กอย่างมาก

เพราะมันจะติดตัวเด็กไปในทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเรียนและการทำงาน ตามที่เรากล่าวถึงประโยชน์ด้านอื่นๆของกีฬาไปในข้อแรกๆแล้ว สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดจะเป็นบทเรียนในชีวิตที่สำคัญให้เด็กๆเรียนรู้ผ่านการเล่นกีฬา และเด็กๆจะสามารถนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตอีกด้วย

ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

แทนที่เด็กจะใช้เวลาที่นอกเหนือจากเวลาเรียนไปกับเกมส์ โทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต หรือสุ่มเสี่ยงที่จะเดินทางผิดๆ การให้เด็กเล่นกีฬาก็เป็นการทำให้เด็กมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ทำในเวลาว่างเพื่อให้เด็กไม่รู้สึกเบื่อ ในความเห็นของนักจิตวิทยาเด็กพบว่า ปัญหาต่างๆ มักจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กรู้สึกเบื่อ

เพราะเมื่อเด็กรู้สึกเบื่อ เด็กจะต้องหาอะไรทำเพื่อทำให้เค้าหายเบื่อ หากเราปล่อยให้เด็กเลือกกิจกรรมที่ทำเอง ซึ่งเราไม่สามารถควบคุมเด็กๆได้ตลอดเวลา ก็มีโอกาสอย่างมากที่เด็กจะเลือกกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม การให้เด็กๆเล่นกีฬานั้นไม่เพียงแต่จะทำให้เด็กได้สังคม ได้สุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจเท่านั้น

แต่ก็ยังช่วยป้องกันให้เด็กๆ ไปคลุกคลีกับเพื่อนๆที่ไม่ดีหรือพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย นอกจากนี้การที่เราเบี่ยงเบนความสนใจเด็กๆจากหน้าจอได้นั้นเป็นประโยชน์อย่างมากทั้งกับเด็กและผู้ปกครอง เด็กสมัยนี้ติดอุปกรณ์เหล่านี้มาก แต่เราจะเห็นนักกีฬาเช็คหน้าจอน้อยกว่าเด็กปกติอย่างมีนัยสำคัญในเวลาที่เค้าฝึกซ้อมกีฬา ซึ่งจริงๆแล้วก็คือ กีฬาทำให้เค้าโฟกัสและยุ่งกับการฝึกซ้อมจนไม่มีเวลามาสนใจหน้าจอ

ได้ใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว

ในสภาพสังคมปัจจุบัน คนในครอบครัวส่วนใหญ่มันจะไม่ค่อยได้ใช้เวลาร่วมกันแม้แต่ในเวลาที่อยู่บ้าน ถึงแม้ว่าเราจะตั้งใจให้ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นวันแห่งครอบครัว พ่อแม่อาจจะมีเรื่องที่ต้องจัดการเช่น งานบ้าน ซ่อมแซม จัดการธุระส่วนตัวต่างๆ และลูกๆ ก็อาจจะใช้เวลาอยู่ในห้องหรือวิ่งเล่นทำกิจกรรมของตัวเอง

ซึ่งนั่นไม่นับว่าเป็นเวลาแห่งครอบครัว แต่หากเด็กๆเล่นกีฬา เวลาที่ไปชมนักกีฬาแข่งขัน หรือเวลาที่พานักกีฬาไปฝึกซ้อมนั่นคือเวลาที่ครอบครัวใช้เวลาด้วยกัน เช่น สำหรับนักกอล์ฟ หากผู้ปกครองพานักกอล์ฟไปแข่งขันในวันหยุดที่ต่างจังหวัด การได้นั่งรถไปด้วยกัน ได้เดินคุยกันในสนาม ได้คอยดูแลเด็กๆ เวลาฝึกซ้อม การพูดคุยหลังแข่ง เวลาเหล่านี้เป็นเวลาแห่งครอบครัวทั้งนั้น บางท่านอาจจะคิดว่า

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราทำที่บ้านก็ได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องไปทำในสนามกีฬา แต่คนเรามันจะหลงลืม หรือละเลยการใช้เวลาร่วมกันกับคนใกล้ชิด หากไม่มีสถานการณ์มาเป็นตัวกระตุ้น และไม่ว่าลูกเราจะเล่นกีฬาอะไร ครอบครัวก็ยังสามารถที่จะช่วยให้เด็กๆฝึกซ้อมกีฬาเหล่านั้นได้ในทุกที่ เช่น ในสวนหลังบ้าน

สนามกีฬาแถวบ้าน ซึ่งนั่นก็นับเป็นการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวอย่างหนึ่ง นอกจากนี้แล้ว ทั้งครอบครัวและเด็กๆ จะยังมีโอกาสรู้จักเพื่อนใหม่ๆซึ่งเล่นกีฬาชนิดเดียวกัน ซึ่งเป็นการช่วยสร้างสังคมเล็กๆที่มีกีฬาเป็นตัวเชื่อมอีกด้วย

เพราะฉะนั้นแล้ว กีฬาเป็นกิจกรรมที่สำคัญกิจกรรมหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กๆมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงให้กับเด็กทั้งในห้องเรียนและในชีวิตเมื่อเค้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่